Category Archives: อินเตอร์เน็ต

เด็กที่เติบโตแบบได้รับความรักเต็มที่เขาจะรับรู้อารมณ์ได้เร็วกว่าคนอื่น

ช่วงวัย 0-12 เดือน ทฤษฎีฝรั่งกล่าวว่ามนุษย์เราเกิดมาเป็นสิ่งที่อ่อนแอที่สุดในโลกไม่สามารถคลานไปหาอาหารกินได้เหมือนสัตว์ชนิดอื่นๆ พ่อแม่คือคนสำคัญที่จะทำให้เขาเติบโตขึ้นมาได้ และสัมผัสแห่งความรักเหมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยง เติบโตงอกงามเป็นคนที่สมบูรณ์ หากเด็กวัย 0-12 เดือน ได้รับความรักเต็มที่แล้ว เด็กจะมีแนวโน้มเติบโตมาเป็นเด็กดีมากขึ้น การวิจัยด้านจิตวิทยาเด็ก พบว่า เด็กที่ผูกพันกับแม่จะมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา เด็กกลุ่มที่ผูกพันกับแม่มากๆ เพราะแม่คือสัมผัสแห่งรัก หรือคนที่รักเขาได้เท่ากับแม่ความรักที่ทารกได้รับเขาจะเติบโตมาอย่างรักคน อื่นเป็น เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เด็กที่เติบโตแบบได้รับความรักเต็มที่เขาจะรับรู้อารมณ์ได้เร็วกว่าคนอื่น เขาจะรู้เร็วว่าคนนี้โกรธเขาอยู่ เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ถูก เด็กจะไม่ทำผิด เพราะกลัวว่าคนที่เขารักจะเสียใจ ยิ่งเมื่อเด็กโตขึ้นคนรอบข้างก็จะยิ่งมีความสำคัญกับเขาไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนดีโดยนิสัย คือ ทำผิดแล้วรู้สึกละอาย ความรู้สึกจะค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวเรื่อยๆ แม้ทารกจะเล็กมาก แต่ทารกไม่ได้จดจำได้ว่าเป็นสัมผัสจากคนนี้ แต่สัมผัสความรักจะไปหล่อเลี้ยงฝังรากลึกในสมองและร่างกาย สำหรับทฤษฎีฝรั่งที่นำมาปรับใช้ให้เหมาะกับคนไทยนั้น พ่อแม่จะต้องศึกษาลงลึกให้ถึงแก่นที่ถูกต้อง และเลือกปรับใช้ให้เหมาะกับสังคมและบริบทของคนไทย ผู้ใหญ่บางคนบอกว่า อย่าอุ้มเด็กเยอะเดี๋ยวติดมือ ลูกร้องอย่าเพิ่งไปโอ๋ เด็กจะได้รู้สึกรอหรืออดทนนี่คือทฤษฎีไทย แต่ทฤษฎีฝรั่งให้อุ้ม ลูกเราอุ้มไปเหอะ การอุ้มคือสัมผัสร่างกายที่เด็กโหยหาตลอด คือสัมผัสแห่งรัก คือการเติมเต็ม เมื่อทารกร้องแม่ต้องเข้าไปอุ้ม ถ้าไม่อุ้มทารกจะคิดว่า ฉันไม่มีค่าพอให้อุ้มเลยหรือ ทารกร้องไม่อุ้มเหมือนความต้องการของเขาไม่ถูกเติมเต็ม ยิ่งวัยขวบปีแรกยิ่งต้องเต็ม เมื่อความรักเขาเต็มที่ แล้วเขาก็จะสามารถหยิบยื่นความรักให้คนอื่นได้ รักตัวเองในแบบไม่ต้องโตไปต้องให้เพื่อนยอมรับ […]

Comments Off on เด็กที่เติบโตแบบได้รับความรักเต็มที่เขาจะรับรู้อารมณ์ได้เร็วกว่าคนอื่น

ความล้มเหลวในชีวิตของเด็กและเยาวชนเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจ

ในปัจจุบันเด็กและเยาวชนยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสังคมมากมาย เช่น ติดการพนัน ติดเกม การมั่วสุ่มในหอพัก ไม่ชอบไปโรงเรียน หนีเรียน ทะเลาะ ชกต่อย หมกหมุ่นกับสื่อที่ไม่สร้างสรรค์มีปัจจัยดังนี้  ครอบครัวเป็นสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อบุคลิกภาพและพฤติกรรมของเด็กเยาวชน พฤติกรรมที่เป็นปัญหาของเด็กและเยาวชนเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสมส่งเสริมให้แสดงออกในทางที่ไม่ถูกต้องปล่อยปละละเลยเรียนรู้การใช้ความรุนแรงจากสมาชิกในครอบครัวครอบครัวแตกแยกผู้ปกครองบีบบังคับ กดดันและคาดหวังในตัวเด็กเกินกว่าความเป็นจริงไม่มีบรรยากาศทีสร้างความรัก ความอบอุ่น ความสมัครสมานสามัคคีเติบโตในท่ามกลางความสับสนไม่มีความหวัง  ขาดการอบรมบ่มนิสัยและไม่มีจุดหมายปลายทางในชีวิต โรงเรียนเป็นบ้านหลังที่สองของเด็กเป็นบ่อเกิดของคุณงามความดีโดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ความสามารถของเด็กและเยาวชนให้ทรัพยากรมนุษย์ท่มีคุณค่าของสังคม แต่โรงเรียนจำนวนไม่น้อยยังขาดความพร้อมที่จะทำให้เด็กและเยาวชนเป็นคนที่สมบรูณ์ตามความมุ่งหวังของสังคมจากาติดตามพบว่า โรงเรียนขาดการดูแลเอาใจใส่นักเรียนอย่างจริงจังขาดการจัดการที่เหมาะสมต่อการพิทักษ์ ปกป้อง คุ้มครองและการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ได้อย่างเท่าทัน  ทั่วถึง  ถูกต้องและเป็นธรรม จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล  ให้ความสำคัญกฏระเบียบมากกว่าชีวิตจิตใจของนักเรียน  พัฒนาผู้เรียนโดยไม่คำนึงถึงองค์รวมตลอดถึงการจัดการแก้ปัญหาของนักเรียน โดยขาดการมีส่วนร่วม  และยังเลือกใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาพฤติกรรมนักเรียน ความล้มเหลวในชีวิตของเด็กและเยาวชนเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และต้นทุนทางความรู้สึกของผู้ปกครองอย่างประเมินค่าไม่ได้ สังคมไทยยังละเลยต่อการจัดระเบียบแบบแผนในชุมชน  ชุมชนอ่อนแอขาดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิกในสังคมต่างคน ต่างอยู่ เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ปล่อยให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กและเยาวชน ยอมรับการเติบโตและขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่สร้างสรรค์ ละเลยต่อปัญหาของเด็กและเยาวชน ยอมรับการเติบโตและขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่สร้างสรรค์ละเลยต่อปัญหาของเด็กและเยาวชน ไม่ให้ความสำคัญต่อท่าทีของเด็กและเยาวชน มองเด็กและเยาวชนที่มีประสบปัญหาด้วยทัศนะและท่าทีที่ตอกย้ำซ้ำเติม

Comments Off on ความล้มเหลวในชีวิตของเด็กและเยาวชนเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจ

การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของเด็กวัย 3-4 ปี

พัฒนาการทางภาษาเด็กอายุ 3 – 4 ปีช่างพูดจา มีเหตุมีผลชอบใช้คำถามว่า อะไร อย่างไร ทำไม เมื่อไรเข้าใจภาษาพูดง่ายๆ ของผู้ใหญ่ แต่จะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่มองเห็น ยังไม่เข้าใจความหมาย คำสั่งหรือคำขอร้องจากผู้ใหญ่พัฒนาการทางภาษาเจริญเร็วมาก จะตั้งคำศัพท์ใหม่ๆ หรือเรียกชื่อสิ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนได้ เด็กบางคนจะคิดคำพูดสร้างท่วงทำนองการพูด และทำเสียงแปลกๆ และชอบใช้คำว่า “สมมติว่า…” รู้จักและเข้าใจคำศัพท์ เช่น คำบอกตำแหน่ง คำบอกกาลเวลา คำบอกความรู้สึกและความคิดที่เป็นนามธรรมได้ เช่น ดี เหนื่อย หนาว ร้อน อุ่น และรู้จักการปฏิเสธจะรู้จักนำเอาคำศัพท์มาเรียงเป็นคำพูด และจะพูดได้ยาวขึ้น มีกฏเกณฑ์ทางไวยากรณ์มากขึ้น เรียงประโยคได้ถูกต้องบางคนที่เคยพูดช้าหรือไม่ค่อยพูดตอนอายุ 2 ปี จะพูดเยอะมาก กลับกันบางคนอาจจะพูดติดอ่างเด็กจะเริ่มหัดอ่าน ยังไม่มีอารมณ์ร่วม และยังอ่านเรื่องตลกไม่เข้าใจ เด็กมักสงสัยและมีคำถามมากมาย ควรตอบคำถาม ด้วยคำตอบง่ายๆ สั้นๆ และใช้ภาษาที่ถูกต้องอ่านหนังสือให้เด็กฟัง และใช้หนังสือภาพ มาประกอบการเล่าเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น และกระตุ้นให้เด็กใฝ่รู้มากขึ้นอ่านบทอาขยานสั้นๆ ง่ายๆ หรือคำคล้องจอง จะช่วยให้เด็กเรียนรู้พื้นฐานของระบบเสียงที่เกี่ยวข้องกับการอ่านได้ง่ายขึ้นสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เรื่องลำดับก่อนหลัง สิ่งที่เป็นนามธรรม ได้แก่ […]

Comments Off on การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของเด็กวัย 3-4 ปี

การเลี้ยงดูเด็กในยุคดิจิตอลกับครอบครัวไทยในปัจจุบัน

ในโลกยุคปัจจุบันที่ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราต้องยอมรับว่าเด็กรุ่นใหม่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้เทคโนโลยี จนกลายเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิตไปแล้ว ในทางกลับกัน ขณะที่ยุคดิจิตอลกำลังรุ่งเรืองนั้น มีกระแสสร้างความตื่นเต้นให้กับสังคมไทยกับสถิติที่น่าวิตกกังวลใจ ทุกวันนี้คนไทย การดำเนินชีวิตประจำวันล้วนมีเรื่องของเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ในยุคของการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นที่หน้าสังเกตว่า ความสัมพันธ์ ตลอดจนรูปแบบการดำเนินชีวิตของครอบครัวไทย ในปัจจุบันมีความแตกต่างไปจากครอบครัวไทยในอดีต พ่อ แม่ ลูก ห่างเหินกันมากขึ้น แต่ละคนต่างเป็นอิสระต่อกัน มีทิศทางของตนเองทุกคนในครอบครัวใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่สังคมนอกบ้านทำงานหนัก เรียนหนัก บ้านเป็นเพียงที่พักพิงยามสมาชิกหมดภารกิจพ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็มีวิธีการเลี้ยงดูหลานที่แตกต่างไปจากเดิม พ่อ แม่ทำงานเหนื่อยกลับมาบ้านอยากพักผ่อนบ้างเป็นผลใกล้คราวใกล้ชิดสนิทสนมตามแบบธรรมเนียมไทยลดลง หลายครอบครัวเลี้ยงลูกด้วยวิทยาการสมัยใหม่ให้เครื่องยนต์กลไกเป็นผู้ดูแลอบรมสั่งสอนลูกแทนตน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ วีดิโอ อุปกรณ์การเล่นอันทันสมัยนานาชนิด อีกอย่างหนึ่งที่ตามมา ในยุคที่อุดมไปด้วยความเจริญรวดเร็วนี้ ก็เห็นจะได้แก่ ความวิตกกังวลของผู้เป็นพ่อแม่ ที่เกรงว่าลูกหลานของตนจะรู้น้อยกว่าเด็กอื่น ไม่ทัดเทียมลูกบ้านอื่น ดังนั้นเด็กตัวเล็กๆ จึงถูกผู้ใหญ่กักเกณฑ์ให้ทำสิ่งต่างๆ ที่เกินวัยของเข้าอยู่ตลอดเวลา สมองน้อยๆ ของพวกเขา ต้องคิด ต้องจดจำ รับรู้ความรู้วิทยาการต่างๆ มากขึ้น ต้องเรียนให้หนัก ต้องเรียนพิเศษ ต้องหาความสามารถพิเศษใส่ตัว เด็กเองก็เกิดความรับรู้ว่าตนจะต้องทำแบบนั้นเพราะ ใครๆ เขาก็ทำกัน ถ้าไม่ทำก็สู้คนอื่นไม่ได้ หรือแม้ไม่อยากทำเด็กถูกผู้ใหญ่ใส่ความคิดให้อยู่ทุกวันว่าต้องทำ แล้วสมองน้อยๆ […]

Tagged | Comments Off on การเลี้ยงดูเด็กในยุคดิจิตอลกับครอบครัวไทยในปัจจุบัน

สิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กและความเอาใจใส่จากพ่อแม่และผู้ใหญ่ในสังคม

เด็กทุกคนที่เกิดมา ต้องการความรักและความเอาใจใส่จากพ่อแม่และผู้ใหญ่ในสังคม นอกจากนี้พ่อแม่ ผู้ใหญ่ก็จะต้องปฏิบัติต่อเด็กในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน ต้องไม่ดูถูกเหยียดหยามเด็กที่มีเชื้อชาติ หรือสีผิว หรือมีฐานะแตกต่างไปจากตน ไม่ว่าจะใช้ความรุนแรงรูปแบบต่างๆ ต่อเด็ก พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีและกระทำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก ทั้งนี้เพื่อทำให้เด็กอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและเติบโตเป็นคนดีของสังคม เด็กทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ด้อยโอกาสในลักษณะใดก็ตาม เช่น เด็กพิการ เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน เด็กถูกทารุณกรรม เด็กที่ถูกใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายและโสเภณีเด็กจะต้องได้รับสิทธิพื้นฐาน 4 ประการ ดังนี้ สิทธิในการมีชีวิต เด็กทุกคนเมื่อเกิดมาแล้วจะมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ไม่ว่าจะเกิดมามีร่างกายที่สมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม โดยเด็กที่เกิดมาต้องได้รับการจดทะเบียนการเกิด มีสิทธิที่จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย จิตใจ ที่พักอาศัย โภชนาการและการบริการทางการแพทย์เมื่อป่วยไข้ โดยบิดา มารดา ญาติพี่น้องหรือรัฐ เพื่อให้อยู่รอดและเจริญเติบโต สิทธิในการมีชีวิต เช่น สิทธิรับวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ สิทธิที่จะได้รับอาหารในปริมาณที่เพียงพอและสะอาด สิทธิที่จะได้รับปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เป็นต้น สิทธิในด้านพัฒนาการ เด็กทุกคนจะได้รับสิทธิให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ สังคม รวมถึงความต้องการ ความพึงพอใจ และความสุขของเด็ก ได้แก่ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมครอบครัว ของโรงเรียน และสังคมที่เด็กอยู่ได้อย่างมีความสุข […]

Comments Off on สิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กและความเอาใจใส่จากพ่อแม่และผู้ใหญ่ในสังคม

สิทธิการคุ้มครองเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรง

การคุ้มครองเด็ก เป็นการป้องกันและการจัดการกับความรุนแรง การแสวงประโยชน์และการกระทำมิชอบต่อเด็กซึ่งรวมถึงการแสวงประโยชน์ทางเพศเพื่อการพาณิชย์ การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็กและจารีตประเพณีต่างๆที่เป็นภัยต่อเด็ก เช่นการแต่งงานก่อนวัยอันควร การคุ้มครองเด็กมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อหรือที่เสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรง การกระทำมิชอบ การแสวงประโยชน์และการละเลยทอดทิ้งเด็ก โดยรวมถึงเด็กกำพร้า เด็กเร่รอน เด็กที่ไม่มีสูติบัตร เด็กไร้สัญชาติ เด็กที่กระทำผิดกฎหมาย และเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ถ้าหากไม่ได้รับการคุ้มครองที่เหมาะสมเด็กเหล่านี้จะตกอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อภัยอันตรายหลายประการ เช่น การได้รับบาดเจ็บและการเสียชีวิต การขาดพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา การติดเชื้อเอชไอวี การขาดโอกาสทางการศึกษา การต้องพลัดถิ่น การไร้ถิ่นฐานที่อยู่และการเร่ร่อน ปัจจุบันในประเทศไทยมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ออกเดินทางเคลื่อนย้าย จากภูมิลำเนาของตัวเองและครอบครัวไปยังที่อื่นเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า ทั้งที่เป็นการเคลื่อนย้ายภายในประเทศและข้ามพรมแดนมา โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ พม่า กัมพูชา และลาว การเคลื่อนย้ายของเด็กกลุ่มนี้พบว่ามีทั้งเด็กที่ติดตามมากับผู้ปกครองหรือเครือญาติเพื่อมาหางานทำในประเทศไทย เด็กที่เดินทางมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน หรือเด็กวัยเดียวกัน นอกจากนั้นยังพบว่ายังมีเด็กที่เดินทางมาเพียงลำพังหรือมีขบวนการขนคนเข้าเมืองหรือค้ามนุษย์ลักลอบนำเด็กเข้าเมืองหรือจัดการนำเด็กเคลื่อนย้ายออกจากถิ่นฐานของตน แม้จะมีบางกรณีที่เด็กพบผู้ดูแลหรือนายจ้างที่ให้การดูแลเป็นอย่างดีแต่ก็มีจำนวนน้อยมาก เด็กส่วนใหญ่ที่ย้ายถิ่นยังคงมีความเสี่ยงที่จะถูกแสวงประโยชน์ โดยตกอยู่ในสภาพการทำงานที่เลวร้ายหรือถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มีหลักการสำคัญคือ การระดมทรัพยากรทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมดูแล ปกป้อง คุ้มครองเด็กโดยอาศัยการดำเนินงานแบบสหวิชาชีพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก กฎหมายฉบับนี้ได้วางระบบการ สงเคราะห์คุ้มครอง สวัสดิภาพและการส่งเสริมความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาและส่งเสริมความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา และส่งเสริมหน้าที่ความรับผิดชอบของครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน ในการร่วมมือกันคุ้มครองเด็ก โดยไม่พึ่งทรัพยากรจากภาครัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว […]

Tagged | Comments Off on สิทธิการคุ้มครองเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรง

การดูแลเด็กออทิสติกให้ได้รับพัฒนาการที่ดี

ออทิสติก (Autistic) เป็นความผิดปกติของพัฒนาการเด็กรูปแบบหนึ่งซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว โดยเด็กไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคมและการสื่อความหมายได้เหมาะสมตามวัย มีลักษณะพฤติกรรม กิจกรรม และความสนใจเป็นแบบแผนซ้ำๆ จำกัดเฉพาะบางเรื่องและไม่ยืดหยุ่น ปัญหาดังกล่าวเป็นตั้งแต่เล็กส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการดำรงชีวิต ซึ่งยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ ถึงแม้ว่ายังไม่ทราบสาเหตุก็ใช่ว่าจะทำอะไรไม่ได้เลย เนื่องจากการดูแลช่วยเหลือในปัจจุบันสามารถช่วยให้เด็กกลุ่มนี้ดีขึ้นได้มาก โดยเฉพาะถ้าได้รับการวินิจฉัยและดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสมตั้งแต่อายุน้อยๆ และทำอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีวิธีการบำบัดรักษาที่จำเพาะเจาะจงให้หายขาดได้ แต่สามารถช่วยให้เด็กสามารถพัฒนาได้ และพัฒนาได้ดีด้วย โรคนี้เป็นกลุ่มของโรคที่มีสาเหตุจากความผิดปกติของสมอง แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสมองส่วนใด ที่ทำให้เกิดความบกพร่องของพัฒนาการด้านภาษาและสังคม โดยความรุนแรงของแต่ละโรคในกลุ่มแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางภาษา ไอคิว และความผิดปกติอื่นๆที่พบร่วมด้วย และจากการสำรวจพบว่าเด็กเป็นออทิสติกมีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ในผลสำรวจเด็กที่ป่วยพบว่ากลุ่มเสี่ยงจะอยู่กลุ่มที่แม่มีปัญหาในระหว่างตั้งครรภ์ มีปัญหาระหว่างคลอด หรือหลังคลอด อย่างเช่น สมองของลูกทำงานผิดปกติเนื่องจากการติดเชื้อ อุบัติเหตุ หรือได้รับสารพิษ เช่น สารตะกั่ว หลังคลอดเป็นต้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กกลุ่มเสี่ยงจะเป็นเด็กพิเศษทุกคน และเด็กที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็อาจเป็นออกทิสติกได้เช่นกัน วิธีการบำบัดรักษาควรทำเป็นทีมซึ่ง ประกอบด้วยกุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็ก นักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพูด ครูที่โรงเรียน นักการศึกษาพิเศษ และบุคคลที่สำคัญที่สุด คือคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองที่บ้าน เนื่องจากการเลี้ยงดูมีผลต่อการส่งเสริม และสนับสนุนให้เด็กมีพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสมได้ เด็กออทิสติกจะมีความสามารถของตัวรับความรู้สึกและกระบวนการนำความรู้สึกไปที่สมองผิดปกติ โดยเฉพาะด้านระบบการทรงตัว การรับสัมผัส และการรับความรู้สึกจากเอ็นและข้อ ดังนั้น การรักษาเฉพาะทางกิจกรรมบำบัดสามารถให้การกระตุ้นระบบการประมวลผลการรับข้อมูลความรู้สึกของเด็กให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ […]

Tagged | Comments Off on การดูแลเด็กออทิสติกให้ได้รับพัฒนาการที่ดี

การให้ความสำคัญในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

เด็ก คือทรัพยากรที่สำคัญยิ่งของประเทศชาติ ซึ่งจะเป็นกำลังที่สำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าและมั่นคง อีกทั้งเป็นผู้ที่จะต้องเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า เพื่อทำหน้าที่ดูแลสังคมตลอดจนเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความเปลี่ยนแปลง และอื่นๆ ดังนั้นทุกสังคมจึงให้ความสำคัญแก่เด็ก และจัดให้มีวันเด็กขึ้นทุกปี เพื่อให้เด็กรู้ถึงความสำคัญของตนเอง จะได้ประพฤติปฏิบัติตนให้สมกับเป็นผู้ที่มีความสำคัญของประเทศชาติ ด้วยการตั้งใจใฝ่ศึกษาเรียนรู้ ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย รู้จักการใช้เวลา ความคิด มีความขยันหมั่นเพียร มีความรับผิดชอบ และซื่อสัตย์สุจริต ฯลฯ วันเด็กแห่งชาติของทุกๆปี เรามักจะเห็นภาพหน่วยงาน องค์กร บริษัท ห้างร้านต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมแรงร่วมใจให้การสนับสนุนและร่วมกันจัดงานเพื่อส่งมอบความสุขให้กับเด็กๆกันอย่างถ้วนหน้า ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นภาพเช่นนี้จนคุ้นชินเพียงเฉพาะในวันเด็กแห่งชาติเท่านั้นเอง จนหลายครั้งได้แอบหวังว่าถ้าหากทุกภาคส่วนในสังคมที่มีความพร้อมช่วยเหลือสังคมได้ร่วมแรงผสานใจหยิบยื่นแบ่งปันรินน้ำใจไมตรีส่งผ่านไปยังกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคมได้มีพลังความพร้อมที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น อย่างน้อยก็จะช่วยขจัดความแตกต่างลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมลงได้บ้าง โดยงานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นทุกปีในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมจนถึง พ.ศ. 2506 และใน พ.ศ. 2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้เริ่มจัดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2508 โดยเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงหมดฤดูฝนและเป็นวันหยุดราชการจนถึงทุกวันนี้ เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก และเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ โดยการจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติในแต่ละประเทศขณะนั้นมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่ โดยยึดหลักการให้ความสำคัญแก่เด็กเป็นวัตถุประสงค์หลัก โดยเปิดสถานที่ราชการที่สำคัญเช่น พิพิธภัณฑ์ รัฐสภา เป็นต้น เพื่อให้เด็กๆได้เข้าชมและศึกษา […]

Tagged | Comments Off on การให้ความสำคัญในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

เลี้ยงลูกยุคไอแพ็ด อิทธิพลของเทคโนโลยีต่อเด็ก

ในขณะที่เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ตลอดจนการดำเนินชีวิตของครอบครัวไทยมีความแตกต่างไปจากเดิม การเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันดูจะเป็นปัญหาสำหรับพ่อแม่ไม่ใช่น้อย ว่าควรจะเลี้ยงอย่างไรให้เด็กเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพ เด็กใช้ไอแพด ไอโฟน แทปเล็ด อย่างคล่องแคล่วเหมือนที่ผู้ใหญ่ พ่อแม่กำลังเลี้ยงลูกในสภาพแวดล้อมที่ไฮเทค แล้วอิทธิพลของเทคโนโลยีจะส่งต่อเด็กอย่างไร คุณเคยประหลาดใจบ้างไหมเวลาเห็นเด็กอายุ 2 ขวบกำลังใช้ไอแพดอย่างคล่องแคล่วเหมือนที่ผู้ใหญ่ทำ เชื่อหรือไม่ว่านี่คือความจริงที่บรรดาผู้ปกครองกำลังพบว่าพวกเขากำลังเลี้ยงดูลูกในสภาพแวดล้อมที่ไฮเทค เด็ก ๆ เหล่านั้นใช้เทคโนโลยีได้ดีเหมือนกับการปล่อยเป็ดลงน้ำทีเดียว คุณอาจเกิดความรู้สึกว่าเทคโนโลยีเปรียบเหมือนสายน้ำซึ่งไม่มีวันหยุดไหล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ลูกของคุณ จะเติบโตเป็นคนยุคดิจิตัลตั้งแต่เกิด การเติบโตมากับเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับความถูกต้องเป็นข้อได้เปรียบสำหรับเด็กยุคไอแพดแน่นอน แต่การมาพร้อมกับความถูกต้องไม่ได้เป็นเรื่องที่เชื่อถือได้มากมายเช่นกัน เด็กยุคไอแพ็ดกับการสื่อสาร ด้านดีเกี่ยวกับสังคมยุคเทคโนโลยีก็คือ เด็กยุคไอแพ็ดสามารถรับข้อมูลข่าวสารแค่ปลายนิ้วสัมผัส บางทีคุณอาจได้เห็นกับตามาแล้วเวลาที่ลูกคุณเข้ายูทูบเพื่อค้นหาทำนองหรือรูปแบบที่แตกต่างของเพลงกล่อมสุดโปรดอย่างสบายอารมณ์ นี่เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะว่าเด็ก ๆ เป็นพวกชอบการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ นอกจากนี้พวกเขาสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างฉับไวจากทุกมุมโลก หากคุณมีครอบครัวอยู่ต่างประเทศก็นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะพวกเขาไม่ต้องกลายเป็นคนแปลกหน้าของลูกคุณ เพียงแต่พวกเขารู้วิธีการใช้สไกป์ กูเกิ้ลแฮงเอ้าท์ หรือวอทแซบบ์ อีกมุมมองหนี่งก็คือ มันมีอัตรายมากมายในโลกอินเตอร์เน็ต มีความผิดพลาดด้านข่าวสารมากมาย  รวมถึงสิ่งล่อใจเช่นการหลอกลวงแนะนำให้ใช้ยาเสพติด  เกมออนไลน์ และสิ่งลามก การคุกคามในโลกไซเบอร์เป็นมาตรฐานใหม่ อาจเป็นโชคร้ายที่บรรดาผู้ปกครองมองไม่เห็น การเลี้ยงดูเด็กยุคไอแพ็ด ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองของเด็กยุคไอแพ็ด อย่ารีบร้อนที่จะคิดว่าคุณจะเลี้ยงดูลูกของคุณอย่างไร การหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีทั้งหมดไม่ใช่คำตอบในเมื่อเด็กๆทั้งหลายต้องเป็นเด็กยุคดิจิตัลเพื่อความอยู่รอดในโลกแห่งอนาคต แต่การเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ บรรดาผู้ปกครองคงจะต้องกำหนดมาตรการว่าจะอนุญาตให้เด็กใช้อุปกรณ์ เช่น  ไอแพ็ดและสมาร์ทโฟนรวมถึงแอปต่างๆอย่างไร และวางกฏการใช้ว่า […]

Tagged , | Comments Off on เลี้ยงลูกยุคไอแพ็ด อิทธิพลของเทคโนโลยีต่อเด็ก

เด็กติดเทคโนโลยีมีผลต่อกระทบพัฒนาการ

เด็กสมัยนี้ เพียงแค่ไม่กี่ขวบก็ใช้คอมพิวเตอร์ เล่น iPad iPhone ของคุณพ่อคุณแม่กันเป็นแล้ว กดปุ่ม เลื่อนสไลด์กันได้อย่างคุ้นเคย เพิ่มขึ้นจากสื่อเดิมๆ อย่างทีวี หรือคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งอิทธิพลจากเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถเข้าถึงเด็กๆ ได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเดิม และส่งผลกระทบต่อเด็กพอสมควรทีเดียว เข้าถึงเทคโนโลยีเร็วขึ้น ในปัจจุบันเด็กเล็กๆ เข้าถึงเทคโนโลยีรวดเร็วมาก ซึ่งสำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปีถือว่าเร็วไปมาก เพราะในอายุระหว่าง 1-3 ปีนี้ เด็กควรพัฒนาการเคลื่อนไหว พื้นฐานการช่วยเหลือตัวเอง เรียนรู้ทักษะทางด้านสังคมรวมทั้งการสื่อสารกับผู้อื่นเป็นหลัก เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนการเรียนรู้ผ่านการเล่นกลางแจ้ง การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ นอกจากนั้นพื้นฐานของพัฒนาการซึ่งมีความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ก็ยังพัฒนาได้ไม่ดี เช่น การควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อมือ การทำงานที่ประสานกันระหว่างสายตาและมือ ช่วงวัยนี้เด็กยังไม่สามารถเข้าถึงสื่อต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง จึงเป็นบทบาทหน้าที่ของคุณพ่อ คุณแม่ที่จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของการเข้าถึงสื่อและเทคโนโลยีตามบริบท และบรรทัดฐานของครอบครัว อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ใช้เทคโนโลยีโดยมีเป้าหมายส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้ ผลกระทบต่อพัฒนาการ การเร่งเด็กมากเกินความสามารถและพัฒนาการตามวัยของเขา ทำให้เด็กเสียโอกาสการเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามวัย เพราะการเรียนรู้อย่างเหมาะสมเป็นขั้นตอนจะเป็นพื้นฐานที่ดีต่อการต่อยอดความสามารถด้านอื่น เช่น เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้อาจทำให้เด็กซึ่งควรได้รับการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวให้คล่องขึ้น มีการเคลื่อนไหวน้อยลง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองด้านนี้ได้เต็มที่ อาจทำให้เป็นเด็กที่เฉื่อยชา ซึ่งหมายถึงมีความล่าช้าของพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ไม่ชอบการออกกำลังกาย ไม่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เมื่อออกกำลังกายน้อยลงหากรับประทานเท่าเดิม หรือรับประทานมากขึ้นแต่มีการเคลื่อนไหวน้อยก็จะเกิดโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินตามมาได้ การให้เด็กอยู่กับเทคโนโลยีมากเกินความจำเป็นยังทำให้เด็กขาดทักษะในการติดต่อสื่อสารผ่านการพูดคุยกับผู้อื่น ทักษะในการปรับตัวเข้าหาผู้อื่น […]

Tagged | Comments Off on เด็กติดเทคโนโลยีมีผลต่อกระทบพัฒนาการ

เทคโนโลยีกับการเลี้ยงลูกเรื่องที่พ่อแม่ควรเท่าทัน

ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก ด้วยปัจจัยหลายอย่างทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะการหลั่งไหลเข้ามาของวัฒนธรรมต่างชาติ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ครอบครัวไทยเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนมาก เพราะต้องดิ้นรนทำมาหากิน ส่งผลให้ความใกล้ชิด และการดูแลเอาใจใส่ระหว่างกันมีน้อยลง “สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงต้องปรับตัวตามยุคสมัยให้ทัน โชคดีที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นผู้ช่วยสำหรับพ่อแม่เพื่อจัดระเบียบชีวิตที่วุ่นวายทั้งการงานและครอบครัวให้สมดุล เช่น เมื่อก่อนมีปัญหาเรื่องเลี้ยงลูกก็ถามปู่ย่า เดี๋ยวนี้แค่เสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หรือเข้าไปดูตามเว็บบอร์ดต่างๆ ก็มีข้อมูลให้มากมาย และยังช่วยบริหารเวลาที่มีอยู่น้อยได้อย่างคุ้มค่า เพิ่มความมั่นใจและมีความสุขในการเลี้ยงลูกมากขึ้น” อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่า เทคโนโลยีจะเข้ามาเป็นตัวช่วยให้กับพ่อแม่ยุคใหม่ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจด้วยก็คือ พ่อแม่ต้องรู้เท่าทันถึงคุณประโยชน์และโทษของเทคโนโลยีเหล่านี้ รวมถึงหากมีการนำเทคโนโลยีมาใช้กับลูกต้องปรับการใช้งานให้เหมาะสมตามวัยและพัฒนาการ “ก่อนอื่นพ่อแม่ต้องตั้งเป้าหมายและประโยชน์ที่ต้องการให้ลูกได้รับจากสื่อนั้นๆ สำคัญคือต้องรู้จักธรรมชาติของลูกเราด้วยว่าควรจะสอนอย่างไรให้เหมาะสม ขณะที่เราเลี้ยงลูกเราจะรู้ได้เองจากการสังเกตว่าลูกสนใจอะไร มีความถนัดด้านใด ก็ควรส่งเสริมให้ไปในทางที่เขาชอบ ไม่ควรกีดกันหรือห้ามลูกไม่ให้สัมผัสกับอินเทอร์เน็ตหรือเทคโนโลยีใดๆ เลย ตรงกันข้ามควรส่งเสริมให้เขาได้ฝึกใช้เพื่อตามโลกได้ทัน” การให้ลูกเข้าใช้สื่อ หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ควรอยู่ในความดูแลของพ่อแม่อย่างใกล้ชิดและมีกฎกติกาชัดเจนด้วย เช่น ตั้งกฎให้ลูกเล่นเกม หรืออินเทอร์เน็ตหลังจากทำการบ้านเสร็จเรียบร้อย ควรให้พักสายตาทุก ๆ 20-30 นาที เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสายตาสั้นไปจนถึงต้อกระจกในเด็ก หมั่นชวนลูกละจากหน้าจอไปทำกิจกรรมอื่น ๆ บ้าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติและช่วยพัฒนาทักษะรอบด้าน หากออกนอกลู่นอกทางก็ตักเตือน แต่ไม่ควรไปเร่งรัดมากเกินไป ทุกอย่างต้องเป็นไปตามธรรมชาติ ดังนั้น […]

Tagged , | Comments Off on เทคโนโลยีกับการเลี้ยงลูกเรื่องที่พ่อแม่ควรเท่าทัน

อย่าใช้เทคโนโลยีในการดูแลเด็ก

ฟังคำแนะนำจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ เผยการดูแล-ใกล้ชิดลูก คือภูมิคุ้มกันชั้นยอด แนะผู้ปกครองอย่าใช้อารมณ์เป็นทางออก ใช้หากิจกรรมอื่นสร้างประโยชน์ ช่วยดึงความสนใจเด็กจากแท็บเล็ต-สมาร์ทโฟน-คอมพ์ ได้… ความบันเทิงประเภท “เกม” มักจะเป็นเครื่องคลายเครียด คลายเหงา แถมยังเป็นพฤติกรรมเพลินๆ ที่ช่วยฆ่าเวลาว่างให้เราได้ดีเสมอมา แต่… เมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุการณ์หรือปัญหา อาทิ การฉ้อโกง ความรุนแรง ความเสียหาย หรือแม้แต่การล่อลวงขึ้นในสังคม จากเกมที่เคยเป็นศูนย์รวมความบันเทิง กลายเป็นอบายมุขไปทันที เห็นกันง่ายๆ ใกล้ตัว และปรากฏเป็นข่าวร้อนตามสื่อต่างๆ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากที่สุดข่าวหนึ่ง คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวชวนตะลึง หลังจากผู้เป็นแม่เปิดโอกาสให้ลูกนำสมาร์ทโฟนไปเล่นเกม ทำให้จุดเริ่มต้นความบันเทิงใกล้ตัวอย่างเกมบนมือถือ กลายเป็นหนี้สินไปในชั่วพริบตา “ปัญหาเกี่ยวกับการเล่นเกมมีให้เราพบเห็นมาก ก็เพราะเทคโนโลยีเข้าใกล้เยาวชนมากขึ้น พ่อแม่จำเป็นต้องดูแลลูกให้ใกล้ชิด เมื่อเกิดปัญหา บางคนบอกว่าจะไม่ให้ลูกเล่นเกมอีกแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเด็กเล็ก แต่กับเด็กวัยรุ่นที่กำลังโตคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะห้ามพวกเขา เพราะปัจจุบันเกมกลายเป็นสังคมหนึ่งของเด็กๆ ไปแล้ว จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ยังแนะนำด้วยว่า ผู้ปกครองควรเลือกใช้ทางสายกลาง เช่น อนุญาตให้ลูกเล่นเกมได้แต่จะต้องเลือกเกม กำหนดเวลาการเล่น หรือตั้งกติการ่วมกันในการเล่นเกมแต่ละครั้ง หากเล่นเกมเกินเวลาหรือใช้เงินซื้อไอเทมเกมออนไลน์โดยไม่ขออนุญาต อาจต้องมีบทลงโทษห้ามเล่น 3 วัน หรือ 1 สัปดาห์ เพื่อฝึกและควบคุมพฤติกรรมพวกเขาตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก นอกจากนี้ยังควรต้องหากิจกรรมอื่นให้ทำมากกว่าการเล่นเกม […]

Tagged , | Comments Off on อย่าใช้เทคโนโลยีในการดูแลเด็ก

แนวทางการดูแลเด็กในการใช้ อินเตอร์เน็ต เพื่อป้องกันภัยที่จะตามมาภายหลัง

เพราะทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายๆบ้านคงมี ipad, smart phone ที่เด็กเข้าถึงได้ง่าย จึงควรรู้จักวิธีดูแลค่ะ คำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการใช้อินเตอร์เน็ตของเด็กและวัยรุ่น โดยอาศัยข้อมูลจากการศึกษาวิจัยทั้งในและต่างประเทศเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้การใช้อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของเด็กและวัยรุ่นเป็นไปเพื่อประโยชน์อย่างแท้จริง และหลีกเลี่ยงปัญหาจากการใช้เทคโนโลยีที่กำลังมีปัญหามากขึ้นในปัจจุบัน 1 พ่อแม่ผู้ปกครองต้องรู้จักการใช้อินเทอร์เน็ต ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต และผลกระทบด้านลบของอินเทอร์เน็ตต่อเด็กและวัยรุ่น 2 พ่อแม่ผู้ปกครองต้องสามารถติดตามและควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กและวัยรุ่นให้เป็นไปตามข้อตกลงได้อย่างเหมาะสม 3 หลีกเลี่ยงการอนุญาตให้เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทุกชนิด 4 พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูกใช้อินเทอร์เน็ตได้เมื่ออายุมากกว่า 6 ปี 5 พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูกใช้เครือข่ายสังคมได้เมื่ออายุมากกว่า 13 ปี 6 พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสื่อทุกชนิดได้ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน 7 พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. 8 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของเด็กและวัยรุ่นต้องได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ก่อนทุกครั้ง 9 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทุกชนิดต้องอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางของบ้าน ไม่ติดตั้งไว้ในห้องนอนหรือห้องส่วนตัว 10 พ่อแม่ต้องรู้จักการใช้โปรแกรมติดตามการใช้อินเทอร์เน็ตของลูกและขัดขวางการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม 11 พ่อแม่ต้องไม่อนุญาตให้ลูกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมากกว่า 1 อย่างในเวลาเดียวกัน หรือระหว่างการทำกิจกรรมอย่างอื่น โดยเฉพาะระหว่างการเดินทางบนทางสาธารณะ 12 พ่อแม่ต้องแนะนำแนวทางการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย ได้แก่ ห้ามให้ที่อยู่ […]

Tagged , | Comments Off on แนวทางการดูแลเด็กในการใช้ อินเตอร์เน็ต เพื่อป้องกันภัยที่จะตามมาภายหลัง

การดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวให้มีพฤติกรรมที่ดีต่อไป

วัยเด็กเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ เด็กๆ จะเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวก่อน โดยเฉพาะครอบครัวซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแวดล้อมแรกของชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมทุกพฤติกรรมตั้งแต่ความนุ่มนวลอ่อนโยนจนถึงความก้าวร้าว ในปัจจุบันนี้มีเด็กๆ เป็นจำนวนมากที่หลายคนมองว่าเขาเป็นเด็กก้าวร้าว เพราะเห็นภาพเด็กแสดงความรู้สึกที่รุนแรงเมื่อไม่ได้ดังใจ เด็กที่ควบคุมตัวเองไม่ได้จะแสดงพฤติกรรมที่ขาดการยับยั้ง ไม่รู้ถึงผลที่ตามมา ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุเช่น ขาดแบบอย่างที่ดีให้ทำตาม ไม่ได้รับการช่วยเหลือชี้แนะแนวทางการแสดงออกที่เหมาะสม มีความเจ็บป่วยทางร่างกายหรือสมอง ซึ่งการดูแลช่วยเหลือเด็กก้าวร้าวนั้นสามารถทำได้ดังนี้ วางแผนการช่วยเหลือเด็กแต่ละคนให้เหมาะสมกับวัยของเด็กตรวจสอบดูว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวจริงหรือไม่ เด็กบางคนที่บ้านของเด็กหยาบคาย ก้าวร้าวเป็นกิจวัตร ภาพปกติของเด็กคนนั้นจึงหยาบคายก้าวร้าวผู้ดูแลพูดบอก สอนให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม เสนอทางเลือกให้เด็ก เช่น “หนูต้องขอก่อนแล้วรออีกหน่อยนะ” “ตีไม่ได้ ยืนนิ่งๆก่อน” “ของนี้มีไว้เล่นแบบนี้ ขว้างไม่ได้” “ถ้าหนูเล่นโดยไม่ตีเพื่อน เพื่อนจะเล่นกับหนู แล้วจะสนุกมากด้วย” ใช้เครื่องตั้งเวลาในการกำหนดเวลาเล่นของเล่นซึ่งเป็นเวลาที่ได้ตกลงกันตั้งแต่ก่อนเล่นของเล่นเสียเครื่องตั้งเวลาจะเป็นสัญญาณการยุติการเล่นให้เด็กได้มีโอกาสเลือกของเล่นด้วยตนเองก่อนที่ผู้ดูแลจะเสนอของเล่นแก่เด็กหากเด็กยังแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างต่อเนื่อง ให้ใช้เทคนิคการใช้เวลานอก เช่น เก็บของเล่นที่เด็กกำลังเล่นชั่วคราว ให้เด็กออกจากการเล่นชั่วระยะเวลาหนึ่งเมื่อสงบแล้วกลับมาเล่นต่อได้ ในการดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวนั้นจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องหาสาเหตุของความก้าวร้าวให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การดูแลครอบคลุมมากขึ้น ผู้ดูแลสื่อสารกับเด็กอย่างชัดเจนให้เข้าใจตรงกันว่าทำร้ายผู้อื่นไม่ได้ เด็กจะต้องทำอย่างเมื่อโกรธ ผู้ดูแลจะช่วยเหลือเด็กอย่างไรบ้าง ซึ่งจะช่วยให้เด็กรับรู้ว่ากำลังได้รับการช่วยเหลือให้ผ่านพ้นภาวะที่กดดัน นี้ไปอย่างไม่โดดเดี่ยว รวมทั้งยังได้รับบทเรียนที่มีประโยชน์ มีประสบการณ์ชีวิตในการควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตนเองเมื่อเติบโตเป็น ผู้ใหญ่

Tagged | Comments Off on การดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวให้มีพฤติกรรมที่ดีต่อไป

บทบาทหน้าที่ของการอบรมเลี้ยงดูเด็กและกฎหมายสิทธิเด็กที่ควรทราบ

เด็กเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งของชาติ การพัฒนาเด็กคือ การพัฒนาชาติ จะเห็นว่าเด็กเป็นความหวังของครอบครัว สังคม เป็นผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและความเป็นมนุษยชาติ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ  เด็กที่มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ มีพัฒนาการทุกๆ ด้านที่เหมาะสมกับวัย ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนจริยธรรม จะเป็นผู้ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เด็กทุกคนจึงสมควรและจำเป็นต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสมให้มีความสามารถสร้างสรรค์ประโยชน์ต่างๆ พร้อมทั้งการฝึกหัด ขัดเกลาความคิด จิตใจ ให้ประณีต ให้มีศรัทธามั่นคงในคุณความดี มีความประพฤติเรียบร้อย (จิตและปัญญา) ฉลาด แจ่มใส มีเหตุผล หน้าที่นี้เป็นของทุกคนที่ต้องร่วมมือกันกระทำ โดยพร้อมเพรียงสม่ำเสมอ คือผู้ที่เกิดก่อนผ่านชีวิตมาก่อนจะต้องสงเคราะห์ อนุเคราะห์ผู้ที่เกิดตามมาภายหลัง ด้วยการถ่ายทอดความรู้ ความดีและประสบการณ์อันมีค่าทั้งปวงให้ด้วยความเมตตาเอ็นดู และด้วยความบริสุทธิ์ใจ ให้เขาได้ทราบให้เขาได้เข้าใจ และที่สำคัญที่สุดให้เขาได้รู้จักคิดด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง จนสามารถเห็นจริงด้วยตนเองได้ ในความเจริญและความเสื่อมทั้งปวงโดยนัยนี้บิดามารดา จึงต้องสอนบุตรธิดาที่จะต้องสอนน้อง คนรุ่นใหม่จะต้องสอนคนรุ่นเล็ก และคนรุ่นเล็กเมื่อเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจึงต้องสอนคนรุ่นหลังต่อๆ ไปไม่ให้ขาดสายความรู้ ความถี่ ความเจริญงอกงามทั้งมวลจึงจะแผ่ไพศาลไปไม่มีประมาณเป็นพื้นฐานของความวัฒนาผาสุกอันยั่งยืนในโลกสืบไป บทบาทหน้าที่ผู้ดูแลเด็กกับกฎหมายสิทธิเด็กที่ควรทราบ จากสถานการณ์การละเมิดสิทธิเด็กในสังคมไทยซึ่งมีปรากฏการณ์ในหลายรูปแบบ และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคมไทย และมีแนวโน้มขยายความรุนแรงกว้างขวางขึ้นกับกลุ่มเด็กและเยาวชนต่างๆ  ปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากบุคคลในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ ผู้ปกครอง […]

Tagged | Comments Off on บทบาทหน้าที่ของการอบรมเลี้ยงดูเด็กและกฎหมายสิทธิเด็กที่ควรทราบ